ถ้าคุณเลิกกับแฟนมาหลายครั้ง แล้วทุกครั้งจบด้วยเหตุผลคล้ายๆ กัน "เกาะติดเกินไป" หรือ "ไม่เคยเปิดใจ" นั่นอาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นรูปแบบที่ทำงานอยู่เบื้องหลังทุกความสัมพันธ์ของคุณ นักจิตวิทยาเรียกมันว่า Attachment Style

Attachment Style (รูปแบบความผูกพัน) คือวิธีที่คนคนหนึ่งเข้าหา พึ่งพา และตอบสนองต่อคนที่ใกล้ชิด ซึ่งก่อตัวตั้งแต่วัยเด็กจากการที่พ่อแม่หรือคนเลี้ยงดูตอบสนองต่อเรา แล้วติดตัวมาจนโต แบ่งหลักๆ ได้ 4 แบบ คือ Secure (มั่นคง) · Anxious (วิตกกังวล) · Avoidant (หลีกเลี่ยง) · Fearful-Avoidant (กลัวแต่ก็อยากรัก) ข่าวดีคือมันไม่ใช่โชคชะตา และขยับเปลี่ยนได้

Attachment Style มาจากไหน

ในบท 1.2 ของหนังสือ ผมเล่าเรื่องเก่ง ผู้ชายที่เพื่อนเรียกว่า "ดีเกินไป" คบแฟนมาสามคน ทั้งสามครั้งจบด้วยประโยคเดียวกัน "เกาะติดเกินไป" เขางงว่าความรักที่ให้เต็มที่ ทำไมกลายเป็นสิ่งที่ทำให้อีกฝ่ายหนี คำตอบอยู่ในงานของนักจิตวิทยาสองคน

ปลายทศวรรษ 1950 จอห์น โบลบี (John Bowlby) เริ่มศึกษาว่าความผูกพันระหว่างแม่กับลูกส่งผลต่อพฤติกรรมตอนโตยังไง ต่อมา แมรี เอนส์เวิร์ธ (Mary Ainsworth) ทำการทดลองที่เรียกว่า Strange Situation สังเกตว่าเด็กเล็กตอบสนองยังไงเมื่อแม่ออกจากห้องแล้วกลับมา และพบว่าเด็กแต่ละคนมีรูปแบบความผูกพันต่างกัน รูปแบบนี้ไม่ได้หายไปเมื่อโตขึ้น มันแค่ย้ายจากความสัมพันธ์กับพ่อแม่ ไปอยู่ในความสัมพันธ์กับคนรัก

Attachment Style มี 4 แบบ อะไรบ้าง

1. Secure · แบบมั่นคง

โตมากับพ่อแม่ที่ตอบสนองอย่างสม่ำเสมอ ร้องไห้ก็มีคนอุ้ม กลัวก็มีคนปลอบ จึงเรียนรู้ว่าโลกปลอดภัย คนอื่นเชื่อใจได้ และตัวเองมีค่าพอจะถูกรัก ตอนโตเข้าหาความสัมพันธ์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่กังวลจนเกินไป และไม่เย็นชาจนอีกฝ่ายรู้สึกถูกปฏิเสธ งานวิจัยบอกว่าคนราวครึ่งหนึ่งถึงหกในสิบเป็นแบบนี้

2. Anxious · แบบวิตกกังวล

โตมากับความรักที่ไม่คงเส้นคงวา บางวันอบอุ่นมาก บางวันเย็นชาโดยไม่มีเหตุผล จึงเรียนรู้ว่าความรักมีอยู่จริง แต่หายไปได้ทุกเมื่อ ตอนโตจึงต้องการความมั่นใจจากอีกฝ่ายตลอดเวลา ส่งข้อความแล้วไม่ได้คำตอบในสิบนาทีก็เริ่มคิดว่าอีกฝ่ายโกรธ เบื่อ หรือไปคุยกับคนอื่น ความรู้สึกนี้ไม่ได้มาจากการเป็นคนขี้หึง แต่มาจากความกลัวลึกๆ ว่าคนที่รักจะทิ้งไป เก่งคือคนแบบนี้

3. Avoidant · แบบหลีกเลี่ยง

โตมากับพ่อแม่ที่ไม่ค่อยแสดงความรักหรือตอบสนองทางอารมณ์ บางคนไม่ได้ถูกทำร้าย แค่ไม่ถูกสนใจ จึงเรียนรู้ว่าการพึ่งพาคนอื่นทางใจเป็นเรื่องอันตราย เพราะผิดหวังทุกครั้ง ทางออกคือปิดตัวเองและพึ่งตัวเองทุกอย่าง ตอนโตจึงดูเท่ ดูลึกลับ ดูไม่ค่อยสนใจใคร และมักถอยห่างเมื่อความสัมพันธ์เริ่มจริงจัง

4. Fearful-Avoidant · แบบกลัวแต่ก็อยากรัก

แบบที่ซับซ้อนที่สุด มักโตมากับพ่อแม่ที่เป็นทั้งแหล่งความรักและแหล่งความกลัวในคนเดียวกัน เช่น พ่อที่รักลูกแต่ดื่มแล้วก้าวร้าว หรือแม่ที่อบอุ่นแต่ควบคุมทุกอย่าง จึงเรียนรู้ว่าคนที่รักที่สุดคือคนที่ทำร้ายได้มากที่สุด ตอนโตจึงอยากใกล้ชิดและกลัวความใกล้ชิดไปพร้อมกัน ดึงเข้ามาแล้วผลักออกไป จนอีกฝ่ายสับสนว่าต้องการอะไรกันแน่

แบบกลัวอะไรที่สุดเวลาอีกฝ่ายเงียบไป
Secureไม่ค่อยกลัว เชื่อว่าคุยกันได้คิดว่าคงยุ่ง ไว้ถามทีหลัง
Anxiousถูกทิ้งร้อนรน ส่งข้อความซ้ำ คิดไปไกล
Avoidantถูกรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวรู้สึกโล่ง หรือเงียบกลับ
Fearful-Avoidantทั้งถูกทิ้งและใกล้เกินไปสลับไปมา ร้อนรนแล้วตัดใจ

ทำไม Anxious กับ Avoidant ถึงดึงดูดกัน

นี่คือวงจรที่เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า คนแบบ Anxious กับ Avoidant ดึงดูดกันเหมือนแม่เหล็ก ความเย็นและความลึกลับของ Avoidant ทำให้ Anxious รู้สึกว่ายิ่งตามไม่ถึงยิ่งอยากได้ คนหนึ่งวิ่งเข้าหา อีกคนวิ่งหนี ยิ่งหนี คนแรกยิ่งตาม ยิ่งตาม คนที่สองยิ่งอึดอัด วงจรนี้ทำลายความสัมพันธ์ดีๆ มานับไม่ถ้วน

ตอนผมอธิบายเรื่องนี้ เก่งนิ่งไปสักพักแล้วบอกว่า "ผมเป็นแบบ Anxious ชัดเจนเลย แต่แฟนเก่าทุกคนเป็นแบบ Avoidant" นั่นแหละคือจุดเริ่มต้น เพราะพอเห็นว่าตัวเองถูกดึงดูดเข้าหาคนแบบเดิม ก็เริ่มเลือกใหม่ได้

เช็กเร็วๆ ว่าคุณเอียงไปแบบไหน

ถามตัวเองข้อเดียว เวลาคบกับใครสักคน คุณกลัวเรื่องไหนมากกว่ากัน

  • กลัวว่าเขาจะทิ้งไป → น่าจะเอียงไปทาง Anxious
  • กลัวว่าเขาจะเข้ามาใกล้เกินไป → น่าจะเอียงไปทาง Avoidant
  • กลัวทั้งสองอย่างพร้อมกัน → น่าจะเอียงไปทาง Fearful-Avoidant

แล้วนึกถึงความสัมพันธ์สามครั้งล่าสุด ดูว่ามีอะไรซ้ำกัน คุณเป็นฝ่ายไล่ตามหรือฝ่ายถอยหนี และตอบสนองยังไงเมื่ออีกฝ่ายเงียบไป ถ้าอยากได้ผลละเอียดกว่านี้ มีแบบทดสอบฟรีที่ attachmentproject.com ที่ผมแนะนำไว้ในเล่ม ทั้งนี้แบบทดสอบออนไลน์ใช้สำรวจตัวเองเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัย

Attachment Style เปลี่ยนได้ไหม

ได้ Attachment Style ไม่ใช่สิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้ งานวิจัยด้านความสัมพันธ์ เช่นของ โจแอนน์ ดาวิลา (Joanne Davila) ชี้ว่าคนขยับเข้าใกล้แบบมั่นคงได้มากขึ้น ผ่านการรู้ตัว การเลือกคู่ที่มั่นคง และการทำงานกับตัวเอง ไม่ว่าจะผ่านการอ่าน การทบทวนตัวเอง หรือการคุยกับนักจิตวิทยา

อย่าเพิ่งติดป้ายตัวเองแล้วจบ สิ่งสำคัญกว่าคือสังเกตว่ารูปแบบนี้ "โผล่" มาตอนไหน ตอนที่อีกฝ่ายไม่ตอบแชท ตอนที่ถูกยกเลิกนัด หรือตอนที่ทุกอย่างกำลังไปได้ดีแต่กลับรู้สึกกระวนกระวาย พอเริ่มเห็นมันทำงาน คุณก็มีทางเลือก แทนที่จะตอบสนองอัตโนมัติ ให้หยุด สังเกต แล้วเลือกตอบแบบที่อยากเป็น ไม่ใช่แบบที่ถูกโปรแกรมมา ถ้าเป็นแบบ Anxious และความกังวลทำให้ทะเลาะกันบ่อย อ่านต่อเรื่อง หึงจนทะเลาะ ความหึงมาจากไหน

คำถามที่พบบ่อย

Attachment Style มีกี่แบบ อะไรบ้าง?

แบ่งหลักๆ ได้ 4 แบบ คือ Secure (มั่นคง) Anxious (วิตกกังวล) Avoidant (หลีกเลี่ยง) และ Fearful-Avoidant (กลัวแต่ก็อยากรัก) คนส่วนใหญ่เป็นแบบ Secure ที่เหลือกระจายอยู่ในอีกสามแบบ

Anxious Attachment คืออะไร?

คือรูปแบบความผูกพันแบบวิตกกังวล กลัวถูกทิ้ง ต้องการความมั่นใจจากอีกฝ่ายบ่อยๆ และร้อนรนเมื่ออีกฝ่ายเงียบไป มักมาจากการได้รับความรักแบบไม่คงเส้นคงวาตอนเด็ก

Avoidant Attachment คืออะไร?

คือรูปแบบความผูกพันแบบหลีกเลี่ยง พึ่งพาตัวเองทุกอย่าง ไม่ถนัดเปิดใจ และมักถอยห่างเมื่อความสัมพันธ์เริ่มจริงจัง มักมาจากการโตมาโดยที่ความต้องการทางอารมณ์ไม่ถูกตอบสนอง

Anxious กับ Avoidant คบกันได้ไหม?

คบได้ แต่มักติดวงจรไล่ตามและถอยหนี จะไปรอดได้เมื่อทั้งคู่รู้ทันรูปแบบของตัวเอง ฝ่าย Anxious ฝึกหยุดก่อนส่งข้อความซ้ำ ฝ่าย Avoidant ฝึกบอกว่าขอเวลาแทนการหายไปเฉยๆ

Attachment Style เปลี่ยนได้ไหม?

เปลี่ยนได้ ไม่ใช่โชคชะตา คนขยับเข้าใกล้แบบมั่นคงได้ผ่านการรู้ตัว การเลือกคู่ที่มั่นคง และการทำงานกับตัวเอง ถ้ารูปแบบนี้ทำร้ายความสัมพันธ์ซ้ำๆ การคุยกับนักจิตวิทยาช่วยได้มาก

บทความที่เกี่ยวข้อง