คุณจำได้ชัดว่าเขาพูดแบบนั้น แต่เขาบอกว่าไม่เคยพูด คุณรู้สึกเจ็บ แต่เขาบอกว่าคุณซีเรียสเกินไป พอเกิดแบบนี้ซ้ำหลายครั้ง คุณเริ่มสงสัยว่าความจำตัวเองเชื่อได้แค่ไหน ถ้ากำลังรู้สึกแบบนี้ สิ่งที่เจออาจมีชื่อเรียก

Gaslighting (แก๊สไลต์ติ้ง) คือการบิดเบือนความจริงซ้ำๆ จนอีกฝ่ายเริ่มไม่เชื่อความจำ ความรู้สึก และการตัดสินใจของตัวเอง แล้วหันมาพึ่งคนที่บิดเบือนแทน ภาษาไทยมักเรียกว่าการปั่นหัวให้สงสัยตัวเอง เกิดได้ทั้งในความสัมพันธ์แบบแฟน ครอบครัว และที่ทำงาน ในหนังสือ อย่าดีจนโดนเอาเปรียบ ผมจัดให้มันเป็นกลเกมที่พบบ่อยที่สุดและจับยากที่สุด

Gaslighting มาจากไหน

คำนี้มาจากละครเวทีเรื่อง Gas Light ปี 1938 และภาพยนตร์ Gaslight ปี 1944 ที่สามีค่อยๆ หรี่ไฟตะเกียงแก๊สในบ้าน พอภรรยาทักว่าไฟมืดลง เขากลับยืนยันว่าไม่มีอะไรเปลี่ยน จนภรรยาเริ่มเชื่อว่าตัวเองคิดไปเอง คำนี้จึงถูกใช้เรียกการทำให้คนอื่นไม่เชื่อการรับรู้ของตัวเอง

Gaslighting 6 ขั้น: ค่อยๆ กัดกร่อนจนไม่เชื่อตัวเอง

ในบท 1.4 ผมเล่าเรื่องหนิง ที่คบกับต้นมาสองปี ต้นไม่เคยตบตี ไม่เคยด่าทอ แต่หนิงค่อยๆ เปลี่ยนจากคนที่มั่นใจ เป็นคนที่สงสัยทุกอย่างที่ตัวเองคิด จำ และรู้สึก มันเริ่มจากเรื่องเล็กๆ ต้นสัญญาว่าจะไปกินข้าววันเสาร์ พอถึงวันกลับบอกว่า "ไม่เคยพูดแบบนั้น คิดไปเอง" หนิงก็คิดว่าตัวเองจำผิด ขั้นตอนที่เกิดกับหนิงมีหกขั้น

  1. ปฏิเสธความจริงของคุณ "ไม่เคยพูดแบบนั้น" "จำผิดแล้ว" "มันไม่ได้เกิดขึ้น" คุณเริ่มสงสัยความจำตัวเอง
  2. ลดทอนความรู้สึกของคุณ "ซีเรียสเกินไป" "แค่เรื่องแค่นี้ร้องไห้ทำไม" คุณเริ่มรู้สึกว่าอารมณ์ตัวเองผิดปกติ
  3. ทำให้สงสัยการตัดสินใจ "แน่ใจเหรอ ตัดสินใจผิดมาเยอะแล้วนะ" คุณเริ่มต้องถามเขาก่อนทุกเรื่อง
  4. แยกคุณออกจากคนอื่น "เพื่อนไม่ได้เข้าใจเราหรอก" "ครอบครัวยุ่งเรื่องของเรามากไป" คุณห่างจากคนที่อาจช่วยได้
  5. ทำให้เชื่อว่าคุณมีปัญหา "ลองไปหาจิตแพทย์ดูไหม" "มีปัญหาเรื่องอารมณ์หรือเปล่า" คุณเริ่มเชื่อว่าคนที่มีปัญหาคือตัวเอง
  6. พึ่งเขาเต็มที่ เพราะไม่ไว้ใจตัวเอง ไม่ไว้ใจเพื่อน ไม่ไว้ใจครอบครัว เหลือแต่เขาคนเดียวที่ "เข้าใจ"

สิ่งที่ทำให้ gaslighting อันตรายคือแต่ละขั้นใช้เวลาเป็นเดือนหรือเป็นปี คนส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวจนเข้าขั้นที่สี่หรือห้าแล้ว และมันมักมาคู่กับกลเกมอื่น โดยเฉพาะการถล่มด้วยความรักในช่วงแรก (Love Bombing) และการลงโทษด้วยความเงียบ (Silent Treatment) ทำให้ยิ่งสับสนหนัก

ตัวอย่างประโยค gaslighting ที่เจอบ่อย

  • "ไม่เคยพูดแบบนั้นเลย จำผิดเอง"
  • "คิดมากไปเองหรือเปล่า"
  • "ซีเรียสเกินไปแล้ว ล้อเล่นแค่นี้"
  • "ก็เป็นแบบนี้ทุกที ถึงไม่มีใครอยากคุยด้วย"
  • "เปลี่ยนไปเองต่างหาก ฉันก็เหมือนเดิม"
  • "ถามคนอื่นสิ ไม่มีใครเห็นด้วยหรอก"

ประโยคเดียวไม่ได้แปลว่าเป็น gaslighting ทุกคนจำผิดหรือพูดไม่ระวังได้ สิ่งที่ต้องดูคือ ความถี่และทิศทาง ถ้าเกิดซ้ำๆ และทุกครั้งจบด้วยการที่คุณเป็นฝ่ายผิด ต้องขอโทษ และเชื่อตัวเองน้อยลง นั่นคือแพทเทิร์น

Gaslighting ต่างจากการทะเลาะหรือจำไม่ตรงกันยังไง

คู่ที่ทะเลาะกันตามปกติอาจจำเหตุการณ์ไม่ตรงกัน แต่ยังรับฟังได้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกยังไง และบางครั้งก็ยอมรับว่าตัวเองพลาด ส่วน gaslighting ไม่เคยมีจังหวะนั้น ความรู้สึกของคุณถูกปัดตกทุกครั้ง ความจำของคุณผิดเสมอ และหลังคุยจบคุณสับสนมากกว่าเดิม ตัวชี้ที่ใช้ได้คือ หลังคุยกัน คุณเข้าใจกันมากขึ้น หรือสงสัยตัวเองมากขึ้น

ถ้าคิดว่ากำลังถูก gaslight ทำยังไงดี

  1. จดบันทึก วันที่ เขาพูดอะไร คุณรู้สึกอะไร สั้นๆ ทุกวัน เพราะเมื่อมีคนบอกว่า "จำผิด" คุณจะมีหลักฐานที่เขียนไว้เอง หนิงเริ่มจดในสมุดเล่มเล็ก พออ่านย้อนหลังสามเดือนก็เห็นแพทเทิร์นชัด ทุกครั้งที่มีความสุข ต้นจะหาทางทำให้สงสัยตัวเอง ทุกครั้ง
  2. เล่าให้คนนอกที่ไว้ใจฟัง ถ้าหลายคนบอกว่า "แบบนี้ไม่ปกตินะ" ให้เชื่อพวกเขามากกว่าคนที่ทำให้คุณสงสัยตัวเอง และอย่าปล่อยให้ตัวเองถูกตัดขาดจากเพื่อนและครอบครัว
  3. ไม่ต้องเถียงให้ชนะ คนที่ gaslight จะไม่ยอมรับว่าเรื่องเกิดขึ้นจริง การพยายามพิสูจน์ซ้ำๆ มักจบด้วยการที่คุณเหนื่อยและสงสัยตัวเองมากขึ้น พูดสั้นๆ ว่า "เราจำไม่ตรงกัน แต่เรารู้ว่าเรารู้สึกยังไง" แล้วจบตรงนั้น
  4. ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ ถ้าเริ่มไม่ไว้ใจตัวเองจนกระทบชีวิต หรือรู้สึกไม่ปลอดภัย การคุยกับนักจิตวิทยาช่วยให้กลับมามองเห็นชัดขึ้น ถ้าอยู่ในอันตราย ติดต่อสายด่วนศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

หนิงใช้เวลาอีกปีกว่าจะเลิกกับต้นได้ เพราะ gaslighting ทำให้ไม่แน่ใจแม้แต่ว่าควรเลิกหรือไม่ การกลับมาเชื่อตัวเองต้องใช้เวลา และไม่ได้แปลว่าคุณอ่อนแอที่ติดอยู่นาน มันแปลว่ากลเกมนี้ทำงานได้ผลกับคนที่ไว้ใจคนอื่นง่าย ถ้าสงสัยว่ากำลังเจอเรื่องนี้ในความสัมพันธ์ที่อาจมีการนอกใจ อ่านต่อได้ที่ แฟนนอกใจ ทำยังไงดี

คำถามที่พบบ่อย

Gaslighting แปลว่าอะไร อ่านว่าอะไร?

อ่านว่า แก๊สไลต์ติ้ง หมายถึงการบิดเบือนความจริงซ้ำๆ จนอีกฝ่ายไม่เชื่อความจำและความรู้สึกของตัวเอง คำนี้มาจากละครและภาพยนตร์เรื่อง Gaslight ที่สามีหรี่ไฟตะเกียงแก๊สแล้วยืนยันว่าไฟไม่ได้มืดลง

Gaslighting มีกี่ขั้น?

ในหนังสือแบ่งไว้ 6 ขั้น คือ ปฏิเสธความจริง ลดทอนความรู้สึก ทำให้สงสัยการตัดสินใจ แยกออกจากคนอื่น ทำให้เชื่อว่าตัวเองมีปัญหา และสุดท้ายพึ่งพาคนที่บิดเบือนเต็มที่

จะรู้ได้ยังไงว่าโดน gaslight หรือแค่จำไม่ตรงกัน?

ดูที่แพทเทิร์น ถ้าเกิดซ้ำๆ และทุกครั้งคุณเป็นฝ่ายผิด ความรู้สึกของคุณถูกปัดตก และหลังคุยคุณสงสัยตัวเองมากขึ้น นั่นคือสัญญาณ การจดบันทึกพร้อมวันที่ช่วยให้เห็นภาพชัด

Gaslighting เกิดในที่ทำงานหรือครอบครัวได้ไหม?

ได้ ไม่ได้เกิดแค่กับแฟน หัวหน้าที่ปฏิเสธว่าไม่เคยสั่งงานแบบนั้น หรือคนในครอบครัวที่บอกว่าคุณจำเรื่องในอดีตผิดเสมอ ก็เป็นรูปแบบเดียวกัน วิธีรับมือเหมือนกัน คือจดบันทึก เก็บหลักฐาน และคุยกับคนนอกที่ไว้ใจ

ควรเผชิญหน้าคนที่ gaslight ไหม?

การพยายามให้เขายอมรับมักไม่ได้ผล เพราะเขาจะปฏิเสธต่อ สิ่งที่ได้ผลกว่าคือยืนยันความจริงของตัวเองสั้นๆ ตั้งขอบเขต และถ้าเรื่องรุนแรงหรือไม่ปลอดภัย ให้ขอความช่วยเหลือจากคนรอบตัวหรือผู้เชี่ยวชาญ

บทความที่เกี่ยวข้อง